การเลือกใช้กล้ามเนื้อให้ถูกหน้าที่ในการแข่งขันกีฬาจัมพ์โร้ป

ในการฝึกซ้อมนักกีฬาจัมพ์โร้ป ผู้ฝึกสอนหลายท่านอาจจะพบปัญหาว่านักกีฬาไม่สามารถทำคะแนนในการกระโดดได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เช่น นักกีฬากระโดดได้ 70 ครั้งในเวลา 30 วินาที แต่นักกีฬาคนเดียวกันนี้กลับกระโดดได้เพียง 360 ครั้งในเวลา 180 วินาที ทั้งที่จริง ๆ ควรจะได้มากกว่า 400 ครั้งขึ้นไป ถ้าเทียบกับการกระโดด 30 วินาที ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าที่เป็นเช่นนี้ เพราะในการแข่งทั้ง 2 รายการนั้น มีความแตกต่างของการใช้กล้ามเนื้อ กล่าวคือในการแข่งขันรายการ SRSS 1×30 วินาทีนั้นเป็นการใช้กล้ามเนื้อกระตุกแบบเร็วที่เรียกว่า Fast-Twitch muscle fiber (Type II) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้เพิ่มความเร็ว ส่วนการแข่งขันรายการ SRSE 1x 180 วินาที เป็นการใช้กล้ามเนื้อที่กระตุกแบบช้าที่เรียกว่า Slow-Twitch muscle fiber (Type I) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้เพิ่มความอดทน

กล้ามเนื้อทั้งสองอย่างนอกจากจะแตกต่างกันเรื่องของการใช้งานแล้ว มันยังแตกต่างกันเรื่องแหล่งพลังงานด้วย กล่าวคือ Slow-Twitch ใช้พลังงานจากออกซิเจนและไขมัน ส่วน Fast-Twitch ใช้พลังงานจากกลูโคส (ได้จากแป้งและน้ำตาล)

Fast-Twich muscle fiber (Type II) แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. Type IIa เป็นกล้ามเนื้อที่กระตุกเร็วแบบปานกลาง (Intermediate Fast Twitch) ต้องการใช้ออกซิเจน (Oxidative Muscle) และมีไมโทคอนเดรียจำนวนมาก

2. Type IIb เป็นกล้ามเนื้อที่กระตุกเร็วที่สุด (Fastest Muscle) ของร่างกายมนุษย์ สามารถหดตัวได้รวดเร็วและแรงกว่ากล้ามเนื้อที่ใช้ออกซิเจน (Oxidative Muscle) แต่มีข้อจำกัด คือ ทำได้ไม่นาน และเกิดของเสียที่เรียกว่ากรดแลกติก (Lactic Acid)

ในกำหนดโปรแกรมการฝึกให้กับนักกีฬาจัมพ์โร้ป ผู้ฝึกสอนควรจะเข้าใจก่อนว่านักกีฬาจะต้องใช้กล้ามเนื้อแบบใดในการแข่งขัน ลำดับของการใช้งานกล้ามเนื้อดังกล่าว คือ ร่างกายจะเริ่มดึงกล้ามเนื้อกระตุกช้ามาใช้ก่อน จากนั้นจะค่อย ๆ เพิ่มความเร็วไปใช้กล้ามเนื้อแบบ Type IIa และ IIb ตามลำดับ ดังนั้น ในการฝึกสำหรับนักกีฬา รายการ SRSS 1×30 ควรเป็นการฝึกแบบ Interval Training เช่น กระโดดเร็ว 10-15 วินาที จำนวน 5-6 เซต เพื่อฝึกกล้ามเนื้อแบบ Type IIa และ Type IIb

แต่สำหรับนักกีฬา รายการ SRSE 1×180 นักกีฬาควรฝึกแบบ Tempo Jump (Lactate Threshold Jump) ซึ่งเป็นการกระโดดเชือกแบบปกติ ต่อเนื่องนาน 20-30 นาที มีอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ระดับ 85-90% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด (Max Heart Rate – MHR) หรือขอบบนของ Heart Rate Zone 3 เกือบ ๆ Zone 4 ซึ่งเป็นระดับที่ร่างกายผลิตกรดแลคติคออกมาเท่ากับที่ร่างกายเปลี่ยนมันกลับไปเป็นพลังงานสำหรับการกระโดด

 

สำหรับการแข่งขันประเภทฟรีสไตล์จะมีการผสมผสานการใช้กล้ามเนื้อทั้ง 2 แบบ ดังนั้นการใช้โปรแกรมการฝึกประเภทสปีด (Speed) ทั้ง 2 แบบจะช่วยพัฒนากล้ามเนื้อสำหรับการแข่งขันประเภทฟรีสไตล์ด้วย อย่างก็ตามการฝึกที่ผมนำเสนอนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาเท่านั้น ผู้ฝึกสอนสามารถเพิ่มการฝึกยกเวท (Weight Training) รวมทั้งการจัดโภชนาการที่เหมาะสม เพื่อให้นักกีฬาสามาถใช้กล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

โค้ชเจย์

กรรมการบริหาร

สหพันธ์กีฬาจัมพ์โร้ปนานาชาติ (IJRU)